สาวสวยทุกยุค...ต้องไม่ตกเทรนด์ !?!
posted on 05 Oct 2009 22:40 by saystyleเริ่มตั้งแต่ ยุคโบราณของอียิปต์ เมื่อ 5,000 ปีที่แล้ว ผู้หญิงในยุคนั้นรู้จักนำธรรมชาติมาประทินโฉม อย่างการทาเปลือกตาและขอบตาเพื่อความงามโดยใช้หินมาลาไคต์ (Malachite) แร่สีเขียวสด นำมาบดเป็นครีม ผู้นำแฟชั่นในตอนนั้นต้องยกให้ พระนางคลีโอพัตราผู้เลอโฉม ซึ่งพระองค์ทรงใช้ผงสีฟ้าสดที่บดจากหินลิปิสลาซูลี (Lapis Lazuli) ทาเปลือกพระเนตร และใช้ผงหินมาลาไคต์สีเขียวทาขอบพระเนตรด้านล่าง ทรงใช้ผงดินสอ (ผงดินสนิมเหล็ก) ทาพระโอษฐ์และพระปราง และใช้สารจากต้นเฮนนาทางฝ่าพระหัตถ์เพื่อให้เป็นสีชมพูให้ดูเยาว์วัย

เมื่อเข้าสู่ ยุคกรีกโบราณ ประมาณ 2,000 ปีที่ผ่านมา แฟชั่นในยุคนั้นนิยมใบหน้าที่ขาวโพลนงามกว่าแก้มที่มีสีแดง หญิงชาวกรีกจึงทาหน้าให้ขาวด้วย เซอรูส (Ceruse) ผงตะกั่วขาวผสมขี้ผึ้ง ไขสัตว์ น้ำมัน และไข่ขาว แม้ว่าสารตะกั่วเป็นอันตรายต่อร่างกายถ้าซึมผ่านผิวหนัง บางครั้งถึงขั้นตาบอดและเสียชีวิต แต่เพื่อความงามแล้วสาวยุคนั้นยินดีพลีกาย

ความงดงามของการแต่งแต้มสีสันบนใบหน้า เริ่มต้นใน ยุค 20s
ซึ่งตอนนั้นสาวๆ นิยมเน้นสีดำให้รอบดวงตา ดังเช่น สาว Theda Bara และ
Josephine Baker และทาปากสีแดงเข้ม และยุคนี้เช่นกันที่ Grabrielle Coco
Chanel เปิดตัวน้ำหอมกลิ่นแรกในปี 1921
พอเข้า ยุค 30s
หญิงสาวเริ่มออกมาทำงานนอกบ้าน แค่สีดำที่ทาดวงตาคงไม่พอ ตอนนี้สาวๆ
เริ่มรู้จักนำโทนสีเทา-ดำ มาใช้ ผสานกับการแต่งดวงตาด้วยสีเงินตะกั่ว
แล้วใช้เส้นดำตัดขอบตาให้ชั้นตาดูลึก
เขียนคิ้วให้เรียวโก่งมากขึ้นด้วยสีน้ำตาลแดง และวาดริมฝีปากให้หยักมุมแบบ
“Cupid’s Bow Lips”
จากนั้นมาการแต่งหน้าก็กลายเป็นศิลปะมากยิ่งขึ้น เมื่อเข้าสู่ ยุค 40s
ผู้หญิงต้องออกมาทำงาน ในขณะที่ ผู้ชายต้องร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1
ยุคนี้สาวๆ จะเน้นการใช้มาสคาร่า ทาปากสีน้ำตาลแดงเนื้อแมทต์
ปัดแก้มสีแอปพริคอท พอเข้ายุค 50s สงครามเริ่มสิ้นสุด
สาวๆ จึงหันมาให้ความสำคัญกับสีสันการแต่งหน้า โดยได้ไอดอลอย่าง
สาวออเดรย์ แฮบเบิร์น เน้นตาโต ผมหน้าม้า ทาปากให้เรียบเนียน
http://www.manager.co.th/MetroLife/ViewNews.aspx?NewsID=9520000117320
