บอกลา “ฝ้า” ให้หน้าใสปิ๊ง
posted on 29 Oct 2009 18:14 by saystyle
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้า
- แสงแดด
เชื่อว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการกระตุ้นให้เกิดฝ้า
ทำให้เป็นฝ้ามากขึ้น หรือทำให้ฝ้าเข้มขึ้น
ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยเฉพาะช่วงเวลา 10.00 - 15.00 น.
- ฮอร์โมน
การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนจะทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติ เช่น
ในระหว่างการตั้งครรภ์ ในวัยหมดประจำเดือน และการรับประทานยาคุมกำเนิด
- พันธุกรรม
อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดฝ้า
เนื่องจากพบฝ้าได้บ่อยในชาวเอเชียมากกว่าชาวตะวันตก อย่างไรก็ตาม
อาจเนื่องมาจากสิ่งแวดล้อมหรือแสงแดดก็เป็นได้
- ยา พบว่าผู้ป่วยที่รับประทานยากันชักบางประเภท จะมีผื่นดำคล้ายฝ้าขึ้นบริเวณใบหน้า จึงเชื่อว่ายานี้น่าจะเกี่ยวข้องกับการเกิดฝ้า
- เครื่องสำอาง การแพ้น้ำหอมหรือสีในเครื่องสำอางอาจทำให้เกิดรอยดำคล้ายฝ้าได้
การรักษาฝ้า
ฝ้าตื้นซึ่งเป็นฝ้าที่เกิดขึ้นในชั้นหนังกำพร้าจะตอบสนองต่อการรักษา
และหายเร็วกว่าฝ้าลึกซึ่งเกิดขึ้นในชั้นหนังแท้ วิธีการรักษาทำได้ ดังนี้
- การใช้ยาทาฝ้า เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ฝ้าจางลง
ยาทาฝ้าจะลดการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสีและเร่งเซลล์ผิวหนังชั้นบนให้หลุด
ลอกออกไป ยารักษาฝ้ามีหลายชนิด เช่น ยาในกลุ่มสารไฮโดรควิโนน กรดวิตามินเอ
และคอร์ติโคสเตอรอยด์
ควรใช้ยาทาฝ้าอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องจนกว่าฝ้าจะจางลง
โดยทาบริเวณที่เป็นฝ้าก่อนนอนทุกคืน เมื่อรอยฝ้าจางหายไป
ให้ทาต่อไปสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ้าเกิดขึ้นอีก
ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนใช้ยาทาฝ้า เพราะยาเหล่านี้มีผลข้างเคียง
หากซื้อยามาใช้เอง อาจทำให้ผิวหน้าเกิดปัญหายิ่งกว่าเดิมได้
ในสมัยก่อนนิยมใช้สารไฮโดรควิโนนในการรักษาฝ้า
เนื่องจากทำให้ฝ้าจางลงเร็วมาก อย่างไรก็ตาม
วงการแพทย์ในปัจจุบันได้พัฒนาสารกลุ่มอื่นขึ้นมาใช้ด้วย
เนื่องจากสารไฮโดรควิโนนเป็นสารที่มีผลข้างเคียงสูง
คือเป็นสารที่ทำปฏิกิริยากับแสงแดด
หากทายาที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนนแล้วไม่ทาครีมกันแดด ฝ้าจะดำกว่าเดิม
และเมื่อใช้ไฮโดรควิโนนติดต่อกันนานๆ จะเกิดฝ้าถาวร
มีลักษณะเหมือนเม็ดงาเล็กๆ ฝังอยู่ในผิวหน้า
ฝ้าชนิดนี้จะหนาและเข้มกว่าฝ้าปกติมาก และหากหยุดใช้ไฮโดรควิโนน
หน้าจะดำกว่าเดิมอยู่เป็นเวลานาน
ฝ้าที่เกิดจากไฮโดรควิโนนต้องรักษาโดยการผลัดเซลล์ผิวประกอบไปด้วย
- การลอกหน้าด้วยสารเคมี อาจทำให้ฝ้าจางลงได้ แต่ควรทำโดยแพทย์ผิวหนังที่มีความชำนาญเท่านั้น
- การรักษาด้วยแสงเลเซอร์และวิธีไอออนโตโฟเรซิส
คือการใช้กระแสไฟฟ้าผลักประจุยาเข้าสู่ผิวหนัง ให้ผลการรักษายังไม่แน่นอน
และยังไม่สามารถรักษาฝ้าให้หายขาดได้
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000095241
